<--
-->

| Mobile | RSS

รัฐอุ้มภาษีเกินกำลังกองทุนน้ำมันส่อถังแตก

พฤษภาคม 12th, 2009 | No Comments | Posted in การเงิน ลงทุน หุ้น

รัฐใช้อุ้มภาษีเกินกำลัง

“ประเสริฐ”หวั่นกองทุนน้ำมันถังแตก หลังอุ้มภาษีน้ำมันนานเกินกำลัง กลัวทำระบบส่งเสริมพลังงานทดแทนรวน ฉุดยอดขายแก๊สโซฮอล์-ไบโอดีเซลร่วง ขณะที่กระทบเงินชำระหนี้ นำเข้าแอลพีจีปีนี้ไม่ถึง 500 ล้านบาทต่อเดือน

นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทปตท.จำกัด (มหาชน) หรือ PTT เปิดเผยว่า จากกรณีที่กระทรวงการคลังเตรียมจะปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันเพื่อเพิ่มรายได้เข้ารัฐนั้น ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะปรับขึ้นเท่าไร เบื้องต้นจากกระแสข่าวคาดจะปรับภาษีน้ำมันเบนซินเพิ่มอีก 2 บาทต่อลิตร และดีเซลอีก 1 บาทต่อลิตร ตนมองว่าหากกระทรวงพลังงานนำเงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาชดเชยเพื่อลดภาระประชาชนเป็นระยะเวลานานเกินไป ก็อาจกระทบต่อแผนการส่งเสริมพลังงานทดแทนได้

โดยเฉพาะส่วนของแก๊สโซฮอล์หากส่วนต่างราคาปรับลดลงมากอาจไม่จูงใจผู้บริโภคโดยตนเชื่อว่ากระทรวงพลังงานจะไม่ยกเลิกอุดหนุนแก๊สโซฮอล์อย่างแน่นอน ปัจจุบันราคาแก๊สโซฮอล์และดีเซลอยู่ระดับ 23 บาทต่อลิตร ถือว่าจูงใจหากบวกภาษีเพิ่มขึ้นอีกอาจทำให้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้น้ำมันมากขึ้น

ทั้งนี้ส่วนตัวมองว่ากองทุนน้ำมันฯ สามารถแบกรับภาระดังกล่าว ได้ระยะหนึ่งเท่านั้น เพราะหากรัฐบาลดึงเงินกองทุนน้ำมันเพื่ออุดหนุนการปรับขึ้นภาษีน้ำมัน อาจส่งผลกระทบต่อเงินกองทุนฯ ขณะที่การชำระหนี้นำเข้าก๊าซปิโตรเลียมเหลว(แอลพีจี) แบ่งเป็นหนี้ค้างจ่าย8,000 ล้านบาท ส่วนเงินชดเชยนำเข้าใหม่ประมาณ 400-500 ล้านบาทต่อเดือน ให้กับ ปตท. หากฐานะกองทุนฯมีปัญหาอาจส่งผลให้เงินที่เข้ามาชำระหนี้ลดลงได้ แต่ปีนี้คงไม่มีปัญหาเพราะยอดนำเข้าแอลพีจีไม่มากนัก

“กองทุนฯอาจไม่สามารถแบกรับภาระดังกล่าวได้นานเพียงระยะหนึ่งเท่านั้น จากนั้นคงปล่อยให้ราคาน้ำมันเป็นไปตามกลไกของตลาดเชื่อว่าการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตจะทำให้ผู้บริโภคระมัดระวังในการบริโภคมากขึ้น อาจเป็นการเปิดโอกาสกับพลังงานทดแทนมากขึ้น ปัจจุบันมีการนำเข้าน้ำมันถึง 80-90%”นายประเสริฐกล่าว

อย่างไรก็ดีตนก็ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่ากระทรวงการคลังจะตัดสินใจปรับขึ้นภาษีน้ำมันเท่าไรแต่ขณะนี้ยอดใช้น้ำมันเบนซินอยู่ที่ประมาณ 20 ล้านลิตรต่อวัน และดีเซล 50 ล้านลิตรต่อวัน หากรัฐปรับตัวเลขตามข่าวจริงก็จะส่งผลให้กองทุนน้ำมันฯ ต้องแบกรับภาระเพิ่มขึ้นทั้งในส่วนของเบนซิน 1,200 ล้านบาทต่อเดือนและดีเซล 1,500 ล้านบาทต่อเดือน แม้ว่าปัจจุบันกองทุนยังมีเงินไหลเข้าประมาณ 3,000-4,000 ล้านบาทต่อเดือน แต่เชื่อว่าในอนาคตจะเกิดปัญหาได้

ส่วนความคืบหน้าแผนการควบรวมบริษัทในเครือ โดยบริษัทที่เกี่ยวข้องกับปิโตรเคมีปัจจุบันมี 4 บริษัท คือบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP ,บริษัท ปตท.เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTCH ,บริษัท ปตท.อะโรเมติกส์และการกลั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PTTAR และบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษา

เพื่อให้ประหยัดต้นทุนสูงสุด คาดว่าจะได้ข้อสรุปปลายปีนี้

ด้านนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวว่า ในส่วนของภาษีน้ำมัน หากมีการปรับขึ้นภาษีจริง ก็เชื่อว่าจะไม่กระทบกับภาคธุรกิจ เนื่องจากกองทุนน้ำมัน ยังมีเงินกองทุนเหลือ

1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งเพียงพอที่จะช่วยในการอุดหนุนราคาน้ำมัน ทำให้ราคาหน้าปั๊มไม่ปรับสูงขึ้นมาในระยะสั้นๆ อย่างไรก็ตาม การจะเข้าไปอุดหนุนเท่าไหร่ เป็นนโยบายของกองทุนน้ำมันต้องไปพิจารณา

อย่างไรก็ตาม ในระยะยาว รัฐบาลไม่ได้มีนโยบายให้ราคาน้ำมันถูก แต่จะรักษาระดับราคาน้ำมัน ทะยอยปรับขึ้นราคา ให้เหมาะสมคุ้มค่ากับการลงทุน ซึ่งในระยะยาวรัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนให้ใช้พลังงานทดแทน เพื่อลดการนำเข้าน้ำมัน ที่ปัจจุบันมีการนำเข้ามากที่สุดในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งหากทำสำเร็จก็จะช่วยยกราคาสินค้าเกษตรได้ด้วย

สำหรับการจัดเก็บภาษีบุหรี่ จะใช้เกณฑ์เดียวกับการปรับขึ้นภาษีน้ำมัน ซึ่งต้องมีการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เพื่อขยายเพดานการจัดเก็บภาษี ซึ่งปัจจุบัน ทั้งภาษีน้ำมัน และภาษีบุหรี่ ที่จัดเก็บใกล้เต็มเพดานแล้ว

-ข่าวหุ้น-

Leave a Reply